ไม่อนุญาตให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวซื้องาช้างจากประเทศไทย

thumb-elephantไม่อนุญาตให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวซื้องาช้างจากประเทศไทย
ประชากรช้างในประเทศไทยกำลังลดลงอย่างน่าวิตก โดยคาดว่าปัจจุบันมีช้างป่า เหลืออยู่เพียง 3,700 ตัว และช้างบ้าน 4,000 เชือก โดยสาเหตุของการลดจำนวนลงของช้างนั้นมาจากการบุกรุกทำลายป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติของช้าง ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างในการปลูกพืชการเกษตรใกล้กับป่าธรรมชาติที่ช้างอยู่อาศัย ไปจนถึงการล่าช้างเพื่อเอางา หรืออวัยวะต่างๆ มาขาย

 


elephantในปัจจุบัน การคุ้มครองช้างนั้น ได้มีการคุ้มครองอยู่ 2 อย่าง คือ ช้างป่า เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่ภายใต้การควบคุมของพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ส่วนช้างบ้านนั้น จัดเป็นสัตว์พาหนะ อยู่ภายใต้การควบคุมของพระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ. 2482 ขณะเดียวกันช้างทุกชนิด ถูกจัดอยู่ในบัญชี 1 (Appendix I) ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ที่ไม่อนุญาตให้มีการค้าระหว่างประเทศ และไม่อนุญาตให้มีการนำเข้า-ส่งออกงาช้างตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2534 (งาช้าง ที่ได้จากช้างบ้านสามารถค้าขายได้ภายในประเทศเท่านั้น ส่วนงาช้างแอฟริกา ไม่สามารถนำมาค้าขายภายในประเทศได้)


คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2551 เกี่ยวกับมาตรการการควบคุมการค้างาช้าง โดยให้มีการปรับปรุงแ ก้ไขกฎหมายในการควบคุมการค้างาช้าง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้างาช้าง และประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่ให้ซื้องาช้างที่ผิดกฎหมายจากประเทศไทย พร้อมทั้งให้มีการใช้เทคโนโลยีด้านพันธุวิศวกรรม (DNA Technology) มาช่วยในการจำแนกชนิดของงาช้าง เพื่อช่วยในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


มาตรการการควบคุมการค้างาช้างภายในประเทศ แบ่งเป็นมาตรการระยะยาวและมาตรการระยะสั้น
มาตรการระยะยาว คือ การให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมถึงงาช้างบ้าน และควบคุมการค้างาช้างภายในประเทศ เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการควบคุมการค้างาช้างอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ต่อไป โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรมการปกครอง และกรมปศุสัตว์ ในการจัดทำบัญชีตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ การออกใบอนุญาตของกรมปศุสัตว์ การระงับคดีของกรมศุลกากร การประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว


ในส่วนมาตรการระยะสั้นนั้น ได้อาศัยอำนาจของพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ.2499 และพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 เพื่อออกประกาศกระทรวงพาณิชย์กำหนดให้บุคคลธรรมดาและห้างหุ่นส่วนที่มิใช่นิติบุคคลเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีด้วย และออกประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กำหนดลักษณะของบัญชีสินค้าและเอกสารประกอบการลงบัญชีสินค้าพาณิชย์ที่เกี่ยวกับงาช้างเป็นการเฉพาะ และอาศัยอำนาจของพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 เพื่อกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตค้างาช้างภายในประเทศ


นอกจากนี้ ยังให้มีการสนับสนุนการทำข้อตกลงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร เกี่ยวกับการระงับคดี การจัดการ และการเก็บรักษาของกลางในคดีที่เกี่ยวกับงาช้างและสัตว์ป่าอื่นๆ เพื่อดำเนินการให้สอดคล้องตามอนุสัญญา CITES

ที่มา กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ขอขอบคุณ : http://thai.tourismthailand.org

создать сайт